Namrin's profileNa_Mu_Ri_nPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 15

    ไม่ได้หายไปจริง ๆ นะ

    ยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่
    ที่อยู่ที่เคยให้ข้างล่าง บล๊อกมันเจ๊งอ่ะ
    เลยเปลี่ยนบล๊อกใหม่และดำเนินชีวิต อัพเดตข่าวคราวอยู่เรื่อยมา
    บล๊อกใหม่มีคนรู้ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำมั้ง
    นับคนที่ไม่คิดเข้าไปอ่าน เข้าไปเยี่ยมชมอีก
    นักเขียน ก็อยากให้มีคนอ่านเนอะ
    อ่านอย่างเดียว ไม่พอ ต้องฝากข้อความไว้ด้วย จะได้รู้ว่านี่รักกันจริง
    คิดถึงทุกคนเลย ใครก็ตามที่เข้ามาอ่าน
    คิดถึงกันบ้างนะ
     
     
    แล้วเจอกัน ถ้าเรามีวาสนาต่อกันมากพอ
    March 27

    เปิดเผยแหล่งกบดาน

     
    ไปพักผ่อนนอกอวกาศชั่วคราว
    February 12

    บล๊อกใหม่ล่าสุด

    ไม่รู้จะบอกว่าอะไร แค่อยากให้คนเข้ามาเยี่ยมเยอะ ๆ
    January 21

    Msg

    Message...
     
    ใคร ๆ ก็ชอบได้รับแม้ดเสจกันทั้งนั้นแหละเนอะ
     
    แต่ที่ชอบไปกว่านั้น
     
    ก็คือแม้ดเสจที่ได้รับตอนที่หลับไปแล้ว
     
    เพราะเวลาที่ตื่นเช้ามา เปิดมือถือเพื่อดูเวลา
     
    ก็จะพบว่ามีแม้ดเสจที่ยังไม่ได้อ่าน
     
    ชอบความรู้สึกในตอนนั้น
     
    เหมือนกับว่าได้ตื่นขึ้นมาพบกับความคิดถึงของคนหนึ่ง ที่รอเราอยู่แล้ว
     
    ^^
     
    เทคโนโลยีก็เป็นเรื่องที่ดีได้เหมือนกันนะ
     
    ^^
    January 11

    เนื่องด้วยการถูกทักว่าอ้วน

    วันนี้ไปพายัพกับพ่อ บังเอิญไปเจออาจารย์ที่รู้จัก เค้าทักเสียงดังใหญ่โตว่า อ้วนขึ้นนะนี่ หน้ากลมเชียว บลา บลา บลา แหม...มีมารยาทดีจริง ๆ
    ติดใจไปประมาณ 4 วินาที แล้วก็ลืมมันไป ออกจะเคยชินกับการที่โดนทักว่าอ้วนขึ้นแล้ว ผ่านความร้อนใจจนไม่ร้อนใจแล้ว ยังไงตอนนี้ก็มีความสุขดี
    ถ้าพอใจกับตัวเองแล้ว จะให้ใครมาทำให้เสียใจทำไม (แต่ยังไงถูกทักบ่อย ๆ มันก็ซึมซับที่จะคิดมากไปโดยปริยาย)
    ก็ไม่อยากจะโทษหรือว่าร้ายคนที่ชอบทักกันแบบนั้น
    วันนี้ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับความสุขมวลรวม ที่ท่านจิกมีพูดไว้ในการประชุมนานาชาติ คำนึงที่ติดใจ คือ ความกังวลในตนเอง
    เมื่อมานั่งคิดดู คนเราเดี๋ยวนี้อาจจะมีความกังวลในตนเองมากเกินไป
    เรามัวแต่สนใจว่า เราอ้วนไป ดำไป ขาวไป ผอมไป สูงไป เตี้ยไป ผมยาวไป ผมสั้นไป จนลืมที่จะกังวลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น เกี่ยวข้องกับชุมชน สังคมและโลกของเรา
    เรากลัวว่าตัวเองจะดำลง ก็เลยทาครีมกันแดด
    เรากลัวว่าเราจะไม่ผอมเท่านางแบบ เราก็เลยไดเอท
    เรารู้ว่าอุณหภูมิของโลกมันสูงขึ้น  แต่ทำไมเรายังไม่ทำอะไร
    เรารู้ว่าขยะกำลังจะล้นโลก แต่ทำไมเรายังไม่ทำอะไร
     
    พอเรามีความกังวลในตนเองสูงมาก ๆ เข้า เราก็มุ่งแต่จะสร้างความเจริญในแง่ปัจเจกบุคคล
    เราไขว่คว้าผลประโยชน์ ก็เพื่อตนเอง
    ความผูกพันสึกซึ้งของตัวเรา ก็สิ่งแวดล้อม สังคมและโลกมนุษย์มันเลยถูกทำลาย
    ทั้งหมดทั้งมวล มันน่าจะเริ่มจากการที่เราใส่ใจกับสิ่งที่เป็นปัจเจกมากเกินไป
    เราเคยชินกับการแยกตัวออกมา ลบสิ่งอื่นออกไป แล้วเหรอแค่ตัวเอง
    เนี่ย..
    ขอด่วนสรุปด้วยการเอาความผิดไปลงที่เดส์กาต
    ความคิดแบบนี้เห็นได้ชัดเลยว่ามาจากปรัชญาตะวันตก แนวคิดแบบตะวันตก
    โทษเดส์กาต ว่าเป็นสาเหตุของโลกอันเบี้ยว ๆ นี้
    (เดี๋ยวเดส์กาตอาจะลุกขึ้นมาจากหลุม แล้วมาทวงสิทธิในการคิด)
     I think therefor I am.
     
    ปรัชญาตะวันตกส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับตัวตนของมนุษย์มาก
    อย่างแนวคิดของเดส์กาตเนี่ย ตัวตนก็คือสิ่งที่เหลืออยู่สุดท้ายเมื่อลดทอนทุกอย่างออกไปแล้วแม้แต่ร่างกายของเรา
    ความคิดของเรา คือสิ่งที่ทำให้เราดำรงอยู่
    ในขณะเดียวกัน ปรัชญาตะวันออกอย่างขงจื่อบอกว่า
    ความเป็นตัวตนของเราไม่สามารถตัดสิ่งที่อยู่รอบตัวเราออกไปได้เลย  บริบททางความสัมพันธ์ในสังคม เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวตนของเราดำรงอยู่
    และตัวเราคือตัวเราในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ใช่อะไรก็ไม่รุ้ที่ลอยอยู่เดี่ยว ๆ
     
    และความคิดตะวันตก ๆ แบบนี้นี่เองที่พัฒนามาเป็นระบบทุนนิยมในที่สุด
     
    ทุนนิยม เท่ากับ  กูนิยม
    ค่านิยมกระแสหลัก มากลบกระแสด้อย
    สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งไขว่คว้าดิ้นรนค้นหา ก็พยายามครอบงำทางความคิดกับคนที่คิดไม่เหมือนตน
     
    (555ชักไปกันใหญ่จริงจริง)
     
    คำถาม
     
    แล้วเราจะทำยังไงกันดี
     
    มาเริ่มจากการที่ลดความกังวลในตนเองก่อนดีมั้ย
     
    คิดถึงตัวเองให้น้อยลง(ในเรื่องที่เป็นส่วนเกิน) คิดถึงคนอื่นให้มากขึ้นจะดีรึเปล่า
     
    ถ้าการเลิกหมกมุ่นในตัวเองมันยากเกินไปจะทำยังไง
     
    ....
     
    ก็ต้องช่วยกันยังไงล่ะ
     
    ลดด้วยตัวเองไม่ได้  ก็ช่วยคนอื่นก็แล้วกัน
     
    เริ่มจาก...
     
    ลด ละ เลิก ทักคนอื่นให้สูญเสียความมั่นใจทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
     
    พูดสิ่งดี ๆ ต่อกันเถอะ
     
    ชีวิตมันไม่แน่นอน จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ รีบพูดสิ่งดี ๆ แก่กันเถอะ
     
     
     I MISS YOU
     
     
     
     
     
    January 03

    หนาว

    ทำไมมันหนาวอย่างนี้ฟระ
     
    อากาศเย็นทำให้อารมณ์ดีมีความสุข
     
    แต่ยามทุกข์ก็คือตอนอาบน้ำนี่แหละ...ทรมานสุด ๆ
     
    มันไม่มีน้ำอุ่น
     
    น้ำอุ่น
     
    เอาน่ะ คิดซะว่า การอาบน้ำเย็นช่วยไม่ให้โลกร้อนขึ้น (เกี่ยวมั้ย)
     
    ให้เข้ากับกระแส "ต้นไม้ใต้โลก" ที่ได้รับมาจากพี่เปตอง จากการจับของขวัญเมื่อวาน
    ปีใหม่ ทำไมมันไวแบบนี้
     
    แค่ยืนอยู่เฉย ๆ กระแสแห่งกาลเวลามันก็ไหลผ่านเราไปไม่หยุด
     
    ตั้งชื่อเอ็มว่า "เริ่มต้นใหม่"
     
    ก็มีคำถามว่า "อกหักอีกแล้วเหรอ"
     
    ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย
     
    ชีวิตเราเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ได้ตั้งหลายอย่าง
     
    รวมทั้งเรื่องความรักด้วย
    ขอให้มีความสุขกันนะทุกคน
     
    ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย สำหรับปีใหม่นี้
     
    ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน
    December 17

    วันแดดออก

    มีวันฝนตก ก็ต้องมีวันแดดออก  แม้ว่าแดดที่เมืองไทยจะแรงไปหน่อยก็ตาม
     
    วันที่ท้อใจ หน้าต่างในหัวใจจมันเบลอ ๆ มองออกไปไม่เห็นข้างนอกเลย
     
    แค่รอหน่อยพอฝนหยุด กระจกก็ใสวิ้ง เห็นข้างนอกสวยงามสว่างตา
     
    แต่ก็มีวันที่ฝนตก ตกหน้าบ้านเราที่เดียว ไม่เห็นจะมีใครเดือนร้อนไปกับเราเลย.....
     
    หรือว่านั่นมัน ภาพลวงตา!
     
    สิ่งลวงตา และสิ่งลวงใจ
     
    หลับตาปี๋ ชั่วอึดใจ พอลืมตา ฟ้าก็สดใสเหมือนเก่า
     
    ใครจะทำร้ายเราได้เท่าเราทำร้ายใจตัวเอง.....
     
    เซียมซีใบที่ 39
     
    การผูกสมัครรักกับท่านผู้มีตระกูลและมั่งมี
    ถึงความแลกเปลี่ยน
    กลับไม่ต้องการทองคำแลหยก
    ขอเอาดอกไม้ทองมาเป็นผลกำไร
     
    แปลว่าอะไร...ตกลงนี่มันดีหรือไม่ดี....ขอความคิดเห็นหน่อย
     
    December 08

    Happy Time Be with you All

     Get your own player
    November 22

    A Lot Like Love

    บางที ฉันก็รู้สึกว่า ฉันรักใครได้มากมายเลย เหมือนมีเรื่องราวความรักผ่านมา ผ่านไปมากมายในชีวิต เหมือนจะเข้าใจว่าความรักเป็นยังไง
    แต่บางที ฉันก็สงสัยว่า ความรักคืออะไร
    จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้จักความรักซักนิดละมั้ง
    ความรู้สึกแบบไหนกันนะ ถึงจะเรียกว่าความรัก
    ต้องเป็นแบบไหนนะ ถึงจะเรียกว่ารักแท้
    ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย
     
    มีคนใจร้ายเคยพูดว่า ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเค้ามันไม่ใช่ความรักหรอก มันเป็นความหลง
    แหม...รู้ดีจริงนะ
    เห็นว่า จะรู้ดีกว่าใจฉันเองซะอีก
    แต่ก็นั่นแหละ
    มันเป็นแบบที่เค้าพูดจริงๆ รึเปล่านะ
    เล่นเอาความมั่นใจในตัวเองสั่นคลอนไปเลยทีเดียว
     
    ไม่รู้แหละ ฉันเป็นพวกคนดื้อ
    เชื่อในความรู้สึกของตัวเอง
    ถ้าฉันจะเรียกมันว่าความรักซะอย่างใครจะทำไม
     
    ยังไง ฉันก็ชอบเรื่องความรักที่สุดเลย
     
    รักกันไว้ หรือไม่ก็ดับสูญ
     
    รักกันมันก็ดีกว่าไม่รักมั้ย...
     
    แล้วความรู้สึกดี ๆ แบบไหน มันถึงเรียกว่ารักนะ
    พึ่งกลับจากการหนีไปญี่ปุ่นมา
    สนุกดี มีเรื่องราวแอ้บเสริดหลายสิ่ง
    แต่ก็ทำให้คิดอะไร เข้าใจอะไรๆ มากขึ้นอีกนิด
    ขอบคุณพ่อแม่ลุงป้าผู้ส่งเสริม
    ขอบคุณเพื่อนพี่น้องที่ช่วยดูแล
    ขอบคุณหลายคนที่ช่วยซับพอร์ตด้านอารมณ์
    ขอบคุณคนที่ทำให้ได้คิดถึง
    ขอบคุณคนที่คิดถึงกัน
     
    แต่...
    พอกลับมาแล้วนี่สิ
    ชีวิตเอย...ชีวิตจริง
    งานที่ต้องทำ
    การสอบ การบ้าน รีเสริช
    เงิบ...ไปแหละ
    สู้ เค้านะค้า น้ำริ้นนน
     
     
     
     
     
     
    October 26

    come back

    กลับมาแล้วค่า !
     
    กลับมาจากบ้าน
    กลับมาจากการหลีกลี้สังคม
    กลับมาจากความโง่อยู่นาน
    กลับมาจากความเข้าใจไปเอง
     
    แอบไปสร้างบล๊อกอีกอันนึงมา
    ฮ่าๆๆๆ
    ปล่อยที่นี่ทิ้งร้างไปแหละ ยัง ๆ ก็ไม่ใช่มีใครเข้ามาดู
    September 25

    ...

     
     
     
     
     
    หยุดชั่วคราว 
    September 11

    Life as it Be

    Now ..my life is so busy..with reports and lots of presentation! and I'm quite sick at this moment T-T
     
    long time that I didn't update my space..it's coz I don't have time and not in the mood.
     
    My sis, P'Peung came back from England on Saturday. I went to Suwannabhum to pick her up.
     
    I thought of the day I sent dear softball team, really miss them..
     
    Right after the plane landed, we (P'Neung, P'Aey, P'Nong, P'Peung and I ) went to Petchaburi.
     
    We ate seafood  for dinner. On Sunday we went to many places. That's so cool!
     
    We went picnic at the waterfall, I really liked it 'coz I hadnt been picmic with family for long time.
     
    I will update photo later...
     
    But after that , in the next day I had stomachache T-T ...so suffered
     
    Yesterday P'Mick went to England, Mook and I went to say goodbye at his house but that's a very short times...
     
    I cancled the class in the evening, Sorry na ka N'Fah.
     
    Come to think of it, I havent got use to be in the different country with him.
     
    The idea that when I have some problem , when I want to hang out or when I miss him so I can easily call him and get his comfort are gone..T_T 
     
    Just hope that he has a good time. But I know  he will anyway
     
    Yesterday I had stomachache severely, today I still....
     
    so that I skipped the class in the morning for 2 hours...feeling of guilty but happy that I had more time to sleep.
     
     
    Lately, I discovered one thing about sadness.
     
    Last time I cried is when I finished "Fried Green Tomato....", I cried 'coz the ending is so sad.
     
    But for another reason, I didnt cry at all.
     
    But it doesnt mean I'm not sad..
     
    But Sadness is not always in the form of crying...
     
     
     
     
    August 21

    หลายสิ่ง

     ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เจอความรู้สึกมาหลายสิ่ง
     
    เริ่มจาก...
     
    กีฬามหาลัยโลก
     
    ทำงานเหนื่อยจนเคยชิน เราก็พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ไม่เป็นไรสนุกดี ชอบอยู่กับ ฟูจิอิซังเป็นผู้จัดการทีมกับคิดะซังที่เป็นโค้ช  
    ทีมนักกีฬาก็น่ารักเฮฮา เหนื่อย แต่ก็สนุก ทำให้แบบทุ่มเท ไม่ได้คิดถึงเรื่องงานเรื่องเงิน หรือเรื่องเรียนอะไรเลย สนุกจนวันสุดท้ายที่เก็บของ
    แอบเศร้า มันใจหายนะ สองอาทิตย์เต็ม ๆ เลย เจอหน้ากันทุกวัน ก็ผูกพันกันไป วันกลับไปส่งตอนตีสี่ ออกจากตึกนิติมาเพื่อไปที่จอดรถบัส
    เดิน ๆ ไปไม่มีรถมาเลย แต่ก็เร่งเดินไปเรื่อย ๆ เพราะใกล้เวลาแล้ว แล้วพระเจ้าก็ส่งรถมาคันนึง เป็นรถวัยรุ่นหนุ่มขับมาเซเว่น เราก็ได้ติดรถไป
    ตอนขึ้นรถ ก็มีโทรศัพท์คิดะซังโทรมาบอกว่าจะขึ้นรถกันที่หมู่บ้านนักกีฬาเลย ให้รีบมาเพราะนี่มันจะถึงเวลารถออกแล้ว เรากับภู่ ซึ่งเป็นคนที่ทำด้วยกัน
    ก็รีบสุด ๆ พอไปถึง มืดมากกกอยู่เลย แต่ฟูจิอิซังบอกว่า เหมือนว่าเรากับภู่จะไปที่สนามบินไม่ได้ให้ลากันที่นั่นเลย แค่นั้นแหละ ต่อมน้ำตาเริ่มทำงาน
    คาซึกิซงก็เป็นตัวแทนพูดขอบคุณแล้วก็ มอบลูกบอล เราก็พูดๆ ขอบคุณแล้วก็บอกว่ามีความสุขมาก โอยย น้ำตาไหล แต่สุดท้ายพอทุกคนขึ้นรถ ก็กลายเป็นว่า
    เรากับภุ่ไปได้ เจอนิที่เป็น attache of HOD ด้วย นิบอกว่าไปได้ ก็เลยรีบขึ้นรถไป นั่งข้างฟูจิอิซัง น้ำตาร่วงเป็นระยะ ๆ แต่มีผ้าเช็ดหน้าอยู่ ทำประหนึ่งว่าเป็นหวัด
    แต่ฟูจิอิซังคงรู้แหละ  น่าอายจริง พอไปถึงก็เริ่มปรับอารมณ์ได้บ้างละ ก็คุยเล่นกับพวกนักกีฬากันไป พอจะถึงเข้าเกตจริง ๆ แล้วเนี่ยแหละ เป็นซอร์ตเด็ด
    เราก้ยืน ๆ อยู่กับพวกนักกีฬาแหละ ขำ ม่วนซื่นกันไป พอพวกเค้าจะต้องไปแล้ว ฟูจิอิซังก็เดินมาทางเรา ตอนนั้นเราไม่เห็น มัวแต่คุย พวกนักกีฬาเห็นก็แซวกัน
    ว่านี่ๆ คุณแม่ ๆ ไม่อยากจะบอกว่ารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ เหมือนเค้าเป็นแม่อ่ะ สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งทำงานจริงจัง สนุกขำขัน โดนดุด้วยกัน แอบหนีเที่ยว
    ดริ้งแดร้งดรั้งกัน พอเค้าเข้ามาลาก็เลยกอดกัน อยากกอดกับคิดะซังด้วยอ่ะ แต่รีบเดินไปเร็วจริง พอทุกคนเข้าเกตไปก็เริ่มร้องไห้อีกรอบ ฮ่าๆ ส่งกันจนมองไม่เห็น
    กันเลย ทุกคนน่ารักจริงๆ 
     
    เป็นแบบนี้อีกแล้ว สุวรรณภูมิทำให้ร้องไห้แบบนี้อีกแล้ว คราวที่แล้วส่งเสร็จ ก็เดินร้องไห้กลับมา คราวนี้ขึ้นรถแท๊กซี่กลับ งึมงึมงึมงัม หยิบมืถือขึ้นมา เห็นว่า
    มีมิสคอลเลยเปิดดู ปรากฏว่าเป็นมิสคอลของฟูจิอิซังกับคิดะซังมากมาย โอ๊ยยย เห็นแล้วน้ำตาร่วงผล็อย เค้าน่ารักกันมาเลย กลัวเรามาไม่ทัน
    คิดถึงจริง ๆ
     
    ความจริงด้านกายภาพ
     
    อ่าวเวร เราอ้วนขึ้นนนนนนนน  แถมดำมากด้วย หน้างี้ดไปนเหนี่ยงเลย แถบแก้มกับใต้คอลอกคราบเป็นขุยน่าเกลียดมาก
    วันนี้ไปเรียนมีคนทักว่าดำแบบน่าตกใจมาก เง้ออออออ ต้องใช้เวลาๆ
     
    ชีวิตเส็งเคร็ง
     
    คอมเจ๊ง เลยพยายามซ่อม กลับกลายเป็นว่าไปฟอร์แมทเครื่องโดยที่ไม่ได้แบล๊กอัพไว้ คราวนี้เลยหายไปหมดเลย รูปทั้งหมดของปีนี้ เพลง ไฟล์ทั้งหมดในชีวิต
    ไม่รู้จะทำยังไง ไม่ได้ร้องไห้ แต่จิตหลุด สติล่องลอยไป ทำอะไรไม่ได้ ก็แค่ต้องทำใจ ปล่อยให้มันผ่านไป เริ่มใหม่ ก็เท่านั้น
    โชคดีได้พี่เปตองมาลงโปรแกรมใหม่ให้ เฮ้อออ ชีวิต
     
    ปกิณกะ
     
    -ปุ๋ย แกโทรหาฉันด้วย นี่แกเข้าใจอะไรผิดไปเนี่ยยย โทรมานะ
    - อยากไปญี่ปุ่นอ่ะ
    -คิดถึงแกะน้อย
    - การเรียน วิกฤตตตตตตต ชีวิตว่าจะถอนดี ไม่ถอนดี ไม่รู้จะเป็นไงต่อไป นิยายอีกสี่เรื่อง เปเปอร์อีก สอง รายงานอีก สอง
     
    - เหงาว่ะ ใคร ๆ ก็จะไปเรียนเมืองนอกกัน
     
     
    August 15

    ความคิดใหม่ล่าสุด

    วันนี้คิดเรื่องนึงขึ้นมาได้ว่า

    บางที คนเราก็รักคนที่อยู่ในความคิดของเราเท่านั้นแหละ

    รักภาพของคนนั้นที่เราสร้างขึ้นมา

    รักความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคิดถึง

    รักโดยที่ไม่รู้ว่าตัวจริงของคนๆคนเป็นยังไง

    จะเหมือนกับภาพที่เราสร้างไว้รึเปล่า

    จะดีเท่ากับที่คิดมั้ย

    หรือว่าจะรักได้มากกว่า

    .....

    แต่ถ้าตัวเป็น ๆ เค้าไม่ยอมอยู่ให้เราค้นหา

    .....

    แล้วจะทำยังไงได้

    August 14

    ตอนนี้อยู่ที่กีฬามหาลัยโลก ตัวดำปี๋

    คิดถึง...

     

    แต่ไม่ได้โทรหาใคร

    แล้วก็ไม่มีใครโครหา

    มีเรื่องอยากให้ฟังมากมาย

    อยากบอกว่าคิดถึง

    ด้วยอะไร ๆ อาจทำให้ไม่ได้บอก

    หรือว่าได้บอกไปแล้วบ้าง

    ก็อยากบอกว่า...

     

    คิดถึง...

    August 08

    อะไรคือความสุข

    เหนื่อย
    เหนื่อย
    เหนื่อย
    และเหนื่อย
     
    เป็นอาสามสมัคร หมายความว่าต้องมีเงิน ต้องมีความสามารถ ต้องมีเวลา ต้องเสียสละ
     
    เป็นอาสาสมัครนี่มันยากจังนะ
     
     กังวลทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียน ทั้งที่ก็รู้ว่าควรทุ่มเทไปกับอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลยจะได้ทำให้ได้ดีซักอย่าง
     
    อุดมคติชัด ๆ ใครจะไปทำได้วะ
     
    เรื่องที่ไม่ดี ได้แก่...
     
    เหนื่อย เดินเยอะมากต่อวัน ตากแดดตากฝน ก้มหัวรับใช้ (ด้วยความเต็มใจ???)
    นอนที่ตึกนิติคนเดียว เหงา นอนไม่หลับ แพ้อากาศหายใจไม่ออก เม็นส์มา ปวดท้อง
    จิตตก โทรไปหาใครก็ไม่มีใครรับ
    ส่งแม้ดเสจไปก็ไม่ส่งกลับ
    เมื่อยไหล่มาก อยากซัดยาคลายกล้ามเนื้อทั้กระปุก
    กินพาราทุกวี่วัน
    เงินทองออกเอง ข้าวปลาหากินเอง (ไม่ค่อยได้กิน)
    หลงทาง
    ทะเลาะกับบุพการี
    ขาดเรียนไปเกือบจะหมดสิทธิ์สอบอยู่ละ
    พื้นแข็งมาก
    สิวขึ้น
    ดำขึ้น
     
     
    เรื่องที่ดี ได้แก่....
     
    ทีมซอฟ์ทบอลของเราน่ารักมาก ผู้จัดการทีม โค้ช ทุกคนไม่เรื่องมากเท่าไหร่
    มีมนุษยธรรม
    คนที่นอนรอบข้างและเพื่อน ๆทุกคนก็ดีนะ
    มีผลไม้ให้กินฟรี
    รู้ว่าในที่สุด ในเวลาที่แย่ที่สุดเราจะมีใคร
    ดีที่ยังมีนิ น้องกิ๊ฟอยู่
    ได้ใช้ความสามารถทางภาษาอัน้อยนิดอย่างแม็กซิมั่ม
    ต้นขาเฟริ์มมากขึ้นจากการเดิน
    ได้รู้จักธรรมศาสตร์รังสิต ประหนึ่งว่าเราเป็นนิสิต
    ได้ชื่อว่าเป็นอาสาสมัครทีมญี่ปุ่น
     
    เรื่องที่ดีที่สุด ได้แก่...
     
    ทำให้รู้สึกว่าหอยูมันไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
     
     
    August 02

    ก็ว่าจะไม่....

    มีเรื่องก็ว่าจะไม่...หลายสิ่ง
     
    ตั้งใจว่าจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ให้ได้ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว
     
    ตั้งใจว่าจะนิ่ง ก็ว่าจะไม่หวั่นไหว......สุดท้ายแค่เห็นชื่อก็ตื่นเต้นเสียยกใหญ่ 
     
    อย่างน้อยอันนี้ก็เป็นเรื่องดี
     
    เรื่องอื่นไม่พูดละกันเดี๋ยวเป็นการทำร้ายจิตใจใคร แค่อยากจะบอกว่า ก็ว่าจะไม่....
     
    ดูคลุมเครือจริง 555 แกล้งให้อยากรู้กันเล่น ๆ
     
    แต่ ก็ว่าจะไม่กิน เนี่ย ทำไม่ได้จริง ๆ T^T
    อ่านแฮรรี่จบแล้ว ใครอยากเล่าอะไรเล่าม๊า ไม่กลัวแล้ว
     
    ฃ่วงนี้งานรัดตัวมาก กะว่าจะหายตัวไปสักพัก เยเย่
     
    แล้วเจอก๊าน
    July 25

    วันที่ฉันสอบ

     วันนี้เถลไถลจากการอ่านหนังสือสอบมา อ่านหนังสือของพี่ปราย พันแสง อ่านหลายรอบจนหนังสือเยินไปหมดแล้ว แต่ทุกครั้งที่หยิบอ่าน มันมักจะเป็นเรื่องราวใหม่ ๆ อยู่เสมอ
     
     
    เจ้าชายน้อยกำลังเศร้า เหงา อยากมีเพื่อน
    หมาจิ้งจอกเองก็ไม่ได้ใจร้าย
    เพียงแต่มันอยู่โดดเดี่ยวในทะเลทรายมานานเกินไป
    เจ้าชายน้อยน่ารัก น่าสนใจ
    แต่ช่วงเวลาที่รู้จักกันช่างแสนสั้น ยังไม่รู้จักรู้ใจกันถ่องแท้
    มันยังเชื่องไม่พอ จะเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร
     
    "ฉันต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เธอเชื่อง" เจ้าชายน้อยถาม
    "เธอต้องใช้ความอดทนอย่างมาก" หมาจิ้งจอกตอบ
    "แรกเลยเธอต้องนั่งบนผืนหญ้าให้ห่างฉันเล็กน้อย
    โดยไม่ต้องพูดอะไร คำพูดเป็นที่มาของความเข้าใจผิด
    แล้วเธอก็ค่อย ๆ ขยับเข้ามานั่งใกล้ฉันทีละน้อย ทีละน้อย
    ใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน"
     
    จะไว้เนื้อเชื่อใจ จะไว้วางใจกันต้องใช้เวลา บางครั้งนานเหลือเกิน
    กว่าที่เราจะเข้าใกล้ใครบางคนได้
    ขอให้มั่นคง ขอให้เข้าใจ
    ว่านั่นอาจเป็นเพราะหมาจิ้งจอกในหัวใจเขาปล่าวเปลี่ยว
    อยู่ในทะเลทรายนานเกินไปเท่านั้น
     
    แต่สิ่งที่หมาจิ้งจอกยังไม่ได้บอกเจ้าชายน้อยก็คือ
     
    เมื่อเชื่องมากเกินไปจนไม่สนุก เมื่อเข้าใกล้มากไปจนหายใจไม่ได้
    ไม่ใครก็ใคร ควรถอยห่างกลับมานั่งที่เดิมบ้าง
    เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ตลอดไป
    เพื่อจะขยับเข้าใกล้กันได้อีก
     
        นั่นน่ะสินะ ไม่ได้ขออะไรมากเกินไปกว่า คนที่อดทนกับเราได้มากพอ.....อืมม...นั่นยากเกินไป
     
    และ
     
    มาแล้ว !!! เรื่องของน้ำริน 2...พบกันได้ที่
     
     
    อย่าลืมลงคอมเม้นไว้ด้วยล่ะ คนที่ทำแล้ว
    บอกให้ก็ได้ว่า คนที่ทำคราวที่แล้วได้เยอะสุดคือ.....พี่เมธ
     
     
     
    July 19

    โลกหล้า

    เสียความรู้สึก.....
     
    (ก่อนอ่าน ขอให้คนที่รับไม่ได้เปลี่ยนสรรพนามจาก กรุ เป็นเรา  และ มรึง เป็น เธอ )
     
    โว่ยยยย ถ้าไม่ได้เล่าคืนนี้นอนไม่หลับแน่ (เอ่อ...ปรกติมรึงก็นอนไม่หลับ)
     
    คือว่า วันนี้ เรียนเหนื่อยมากก ก ก ก ก  ข้าวเที่ยงไม่ได้กิน เรียนเสร็จก็กลับหอมารอสอนพิเศษตอนหกโมง
     
    ตอนห้าโมงกว่า ๆ ก็เดินโซซัดโซเซไปกินข้าวที่ร้านหน้าหอ (ไม่บอกหรอกว่าชื่อร้านณิชชา ข้างร้านส้มตำป้าแดง)
     
    เนื่องจากก่อนลงไปอ่านการ์ตูยอะไรซักอย่างที่แข่งทำข้าวกล่องกันอยู่ ก็เลยอยากกินหมูทอดขึ้นมา
     
    ก็เลยสั่งข้าวหน้าหมูชุบเกล็ดขนมปังทอด  แล้วก็นั่งรอ......
     
    ภายในร้านมี เรา ลุงเจ้าของ และเด็กสาวชนกลุ่มน้อยพูดภาษาไทยไม่ชัด
     
    รอ ๆ ไป ลุงก็เปิดเข้าไปในครัว หมูงทอดเสร็จแล้ว ลุงเลยเรียกเด็กกระเหรี่ยง(ไม่ได้แบ่งแยกทางเชื้อสายแต่อย่างใด) ให้เข้าไปยกจากในครัวออกมา
     
    สาวรุ่นเสื้อสีบานเย็นแปร๋น ก็เดินเข้าไปในครัว ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที  ก็ได้ยินเสียงแคร้งง อะไรตกซักอย่าง
     
    กรุก็คิดละว่านี่กรุจะได้กินมั้ยยย  แต่ลุงนั่งเฉยมาก ราวกับว่าไม่ได้มีเสียงใด ๆ เกิดขึ้น
     
    ผ่านไปสองนาที ลุงสงสัยว่าเสร็จแล้วทำไมไม่ยกออกมาซักที ลูกค้าหน้าเป็นตูดแล้ว ลุงเลยเปิดประตูครัว
     
    แล้วก็ถามว่า "นี่..เมื่อกี้หมูทอดแล้วไม่ใช่เหรอ..."
     
    เสียแม่ครัวตอบด้วยเสียงสูงว่า "ปล้าวววว..."
     
    ประกอบกับส่งเด็กกระเหรี่ยงนั่นมาดูลาดเลา
     
    เอาแล้วไง ทำหมูกรุตกพื้นแน่ๆ  ก็คิดในใจนะ ว่า นี่กรูต้องรออีกนานมั้ยเนี่ย เดี๋ยวต้องไปสอนพิเศษนะ
     
    ลุงก็โวยวาย ๆ อะไรแป้ปนึง หันมาบอกเราว่า เนี่ยจะทอดหมูละ
     
    ประมาณนาทีครึ่ง เด็กนั่นยกข้าวออกมา (หมูเีิี้อี้ยอะไรวะ สุกเร็วเกิ๊น)
     
    จะ จะ...
     
    เห้นหมูกรุก็รู้ละ
     
    ดูเกรียม ๆ สีน้ำตาลเข้ม แถมตรงหน้าตัด เนื้อในของหมูปกติมันต้องขาวใช่มะ แต่นี่ ตีลังกาดูก็รู้ว่า นี่มันผ่านน้ำมันมา
     
    แมร่งงงง ใครจะไม่รู้วะ
     
    พอทำเสร็จ แม่ครัวกับเด็กชายขอบก็ออกมานั่งในร้านหน้าสลอน ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
     
    ที่ร้ายไปกว่านั้น
     
    กรุ.....กินเข้าไป
     
    .......จนหมด
     
    ก็หิวอ่านะ
     
    คิดในแง่ดี ก็ว่าไม่เป็นไร ผ่านความร้อนเชื้อโรคมันคงตายแล้ว
     
    คิดอีกแง่ นี่มรึงให้กรุกินหมูที่ตกพื้นเรอะ !!!!??!!
     
    เสียความรู้สึกจริง ๆ อุตส่าห์ให้อภัย ตอนที่มุกไปกินสปาเก็ตตี้แล้วเจอเศษแก้วในนั้นหลายชิ้น ก็อุตส่าห์ไม่โวยวายอะไรมาก
     
    ทำกะกรุแบบนี้เหรอ อ อ อ ออ
     
    คน ทำไมไม่มีจิตสำนึกกันจริง ๆ แล้วนี่เวลากินข้าวนอกบ้านจะให้เชื่อใจใครได้อีก.......
     
    โอเคได้ระบายพอใจละ  ไปอ่านหนังสือดีกว่า
     
    ก่อนไป ขอจบด้วยคำพุดของอาจารณ์ภาวรรณ ไว้เตือนใจตัวเอง
     
    "คนอื่นไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพื่อความสุขของเรา"
     
     
    July 14

    wanna be loved...

    ถึงช่วงเวลารับปริญญากันอีกแล้ว  รู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่ เพราะเรามีรุ่นพี่ ฮ่าๆๆๆ ดีใจ ชอบถูกเรียกว่าน้อง แต่ปีนี้จะเป้นปีสุดท้ายที่จะร่วมในฐานะรุ่นน้องแล้ว แอบคิดว่างานรับปริญญานี่

    มันช่างเวิ่นเว้อ ร้อน วุ่นวายเสียจริง เห็นงานแล้วโคตรไม่อยากร่วมงานอะไรแบบนี้เลย แต่เดี๋ยวก็จะหาว่าทำอะไรต่อต้านสังคมเกินไป แต่ก็อยากรู้จริง ๆ ว่าใครจะมางานของเราบ้าง....

    แล้วรับปริญญาเสร็จ ก็สอบกลางภาค นี่มันวิก้ฤตตตตตตตตตตตตตตตตตตต...ยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสืออะไรเลย แง๊ว ๆ อาจจะเพราะทำตัวเวิ่น ๆ มากเกินไป

    หายตัวไปซักพัก ไปพัก ไปพัก ซักพัก เย่ออ...

    สู้ต่อไปวัยรุ่นไทย

    ปัจฉิมลิขิต (บ้าง)

    เพลงนี้ให้เธอ (คนอ่าน)..