Namrin's profileNa_Mu_Ri_nPhotosBlogListsMore Tools Help

Na_Mu_Ri_n

Life without Absurdity is such a Dull!

Namrin Anukul

Occupation
Friends  
Photo 1 of 11
No list items have been added yet.
There are no categories in use.
15 January

ไม่ได้หายไปจริง ๆ นะ

ยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่
ที่อยู่ที่เคยให้ข้างล่าง บล๊อกมันเจ๊งอ่ะ
เลยเปลี่ยนบล๊อกใหม่และดำเนินชีวิต อัพเดตข่าวคราวอยู่เรื่อยมา
บล๊อกใหม่มีคนรู้ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำมั้ง
นับคนที่ไม่คิดเข้าไปอ่าน เข้าไปเยี่ยมชมอีก
นักเขียน ก็อยากให้มีคนอ่านเนอะ
อ่านอย่างเดียว ไม่พอ ต้องฝากข้อความไว้ด้วย จะได้รู้ว่านี่รักกันจริง
คิดถึงทุกคนเลย ใครก็ตามที่เข้ามาอ่าน
คิดถึงกันบ้างนะ
 
 
แล้วเจอกัน ถ้าเรามีวาสนาต่อกันมากพอ
27 March

เปิดเผยแหล่งกบดาน

 
ไปพักผ่อนนอกอวกาศชั่วคราว
12 February

บล๊อกใหม่ล่าสุด

ไม่รู้จะบอกว่าอะไร แค่อยากให้คนเข้ามาเยี่ยมเยอะ ๆ
21 January

Msg

Message...
 
ใคร ๆ ก็ชอบได้รับแม้ดเสจกันทั้งนั้นแหละเนอะ
 
แต่ที่ชอบไปกว่านั้น
 
ก็คือแม้ดเสจที่ได้รับตอนที่หลับไปแล้ว
 
เพราะเวลาที่ตื่นเช้ามา เปิดมือถือเพื่อดูเวลา
 
ก็จะพบว่ามีแม้ดเสจที่ยังไม่ได้อ่าน
 
ชอบความรู้สึกในตอนนั้น
 
เหมือนกับว่าได้ตื่นขึ้นมาพบกับความคิดถึงของคนหนึ่ง ที่รอเราอยู่แล้ว
 
^^
 
เทคโนโลยีก็เป็นเรื่องที่ดีได้เหมือนกันนะ
 
^^
11 January

เนื่องด้วยการถูกทักว่าอ้วน

วันนี้ไปพายัพกับพ่อ บังเอิญไปเจออาจารย์ที่รู้จัก เค้าทักเสียงดังใหญ่โตว่า อ้วนขึ้นนะนี่ หน้ากลมเชียว บลา บลา บลา แหม...มีมารยาทดีจริง ๆ
ติดใจไปประมาณ 4 วินาที แล้วก็ลืมมันไป ออกจะเคยชินกับการที่โดนทักว่าอ้วนขึ้นแล้ว ผ่านความร้อนใจจนไม่ร้อนใจแล้ว ยังไงตอนนี้ก็มีความสุขดี
ถ้าพอใจกับตัวเองแล้ว จะให้ใครมาทำให้เสียใจทำไม (แต่ยังไงถูกทักบ่อย ๆ มันก็ซึมซับที่จะคิดมากไปโดยปริยาย)
ก็ไม่อยากจะโทษหรือว่าร้ายคนที่ชอบทักกันแบบนั้น
วันนี้ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับความสุขมวลรวม ที่ท่านจิกมีพูดไว้ในการประชุมนานาชาติ คำนึงที่ติดใจ คือ ความกังวลในตนเอง
เมื่อมานั่งคิดดู คนเราเดี๋ยวนี้อาจจะมีความกังวลในตนเองมากเกินไป
เรามัวแต่สนใจว่า เราอ้วนไป ดำไป ขาวไป ผอมไป สูงไป เตี้ยไป ผมยาวไป ผมสั้นไป จนลืมที่จะกังวลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น เกี่ยวข้องกับชุมชน สังคมและโลกของเรา
เรากลัวว่าตัวเองจะดำลง ก็เลยทาครีมกันแดด
เรากลัวว่าเราจะไม่ผอมเท่านางแบบ เราก็เลยไดเอท
เรารู้ว่าอุณหภูมิของโลกมันสูงขึ้น  แต่ทำไมเรายังไม่ทำอะไร
เรารู้ว่าขยะกำลังจะล้นโลก แต่ทำไมเรายังไม่ทำอะไร
 
พอเรามีความกังวลในตนเองสูงมาก ๆ เข้า เราก็มุ่งแต่จะสร้างความเจริญในแง่ปัจเจกบุคคล
เราไขว่คว้าผลประโยชน์ ก็เพื่อตนเอง
ความผูกพันสึกซึ้งของตัวเรา ก็สิ่งแวดล้อม สังคมและโลกมนุษย์มันเลยถูกทำลาย
ทั้งหมดทั้งมวล มันน่าจะเริ่มจากการที่เราใส่ใจกับสิ่งที่เป็นปัจเจกมากเกินไป
เราเคยชินกับการแยกตัวออกมา ลบสิ่งอื่นออกไป แล้วเหรอแค่ตัวเอง
เนี่ย..
ขอด่วนสรุปด้วยการเอาความผิดไปลงที่เดส์กาต
ความคิดแบบนี้เห็นได้ชัดเลยว่ามาจากปรัชญาตะวันตก แนวคิดแบบตะวันตก
โทษเดส์กาต ว่าเป็นสาเหตุของโลกอันเบี้ยว ๆ นี้
(เดี๋ยวเดส์กาตอาจะลุกขึ้นมาจากหลุม แล้วมาทวงสิทธิในการคิด)
 I think therefor I am.
 
ปรัชญาตะวันตกส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับตัวตนของมนุษย์มาก
อย่างแนวคิดของเดส์กาตเนี่ย ตัวตนก็คือสิ่งที่เหลืออยู่สุดท้ายเมื่อลดทอนทุกอย่างออกไปแล้วแม้แต่ร่างกายของเรา
ความคิดของเรา คือสิ่งที่ทำให้เราดำรงอยู่
ในขณะเดียวกัน ปรัชญาตะวันออกอย่างขงจื่อบอกว่า
ความเป็นตัวตนของเราไม่สามารถตัดสิ่งที่อยู่รอบตัวเราออกไปได้เลย  บริบททางความสัมพันธ์ในสังคม เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวตนของเราดำรงอยู่
และตัวเราคือตัวเราในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ใช่อะไรก็ไม่รุ้ที่ลอยอยู่เดี่ยว ๆ
 
และความคิดตะวันตก ๆ แบบนี้นี่เองที่พัฒนามาเป็นระบบทุนนิยมในที่สุด
 
ทุนนิยม เท่ากับ  กูนิยม
ค่านิยมกระแสหลัก มากลบกระแสด้อย
สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งไขว่คว้าดิ้นรนค้นหา ก็พยายามครอบงำทางความคิดกับคนที่คิดไม่เหมือนตน
 
(555ชักไปกันใหญ่จริงจริง)
 
คำถาม
 
แล้วเราจะทำยังไงกันดี
 
มาเริ่มจากการที่ลดความกังวลในตนเองก่อนดีมั้ย
 
คิดถึงตัวเองให้น้อยลง(ในเรื่องที่เป็นส่วนเกิน) คิดถึงคนอื่นให้มากขึ้นจะดีรึเปล่า
 
ถ้าการเลิกหมกมุ่นในตัวเองมันยากเกินไปจะทำยังไง
 
....
 
ก็ต้องช่วยกันยังไงล่ะ
 
ลดด้วยตัวเองไม่ได้  ก็ช่วยคนอื่นก็แล้วกัน
 
เริ่มจาก...
 
ลด ละ เลิก ทักคนอื่นให้สูญเสียความมั่นใจทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
 
พูดสิ่งดี ๆ ต่อกันเถอะ
 
ชีวิตมันไม่แน่นอน จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ รีบพูดสิ่งดี ๆ แก่กันเถอะ
 
 
 I MISS YOU
 
 
 
 
 
03 January

หนาว

ทำไมมันหนาวอย่างนี้ฟระ
 
อากาศเย็นทำให้อารมณ์ดีมีความสุข
 
แต่ยามทุกข์ก็คือตอนอาบน้ำนี่แหละ...ทรมานสุด ๆ
 
มันไม่มีน้ำอุ่น
 
น้ำอุ่น
 
เอาน่ะ คิดซะว่า การอาบน้ำเย็นช่วยไม่ให้โลกร้อนขึ้น (เกี่ยวมั้ย)
 
ให้เข้ากับกระแส "ต้นไม้ใต้โลก" ที่ได้รับมาจากพี่เปตอง จากการจับของขวัญเมื่อวาน
ปีใหม่ ทำไมมันไวแบบนี้
 
แค่ยืนอยู่เฉย ๆ กระแสแห่งกาลเวลามันก็ไหลผ่านเราไปไม่หยุด
 
ตั้งชื่อเอ็มว่า "เริ่มต้นใหม่"
 
ก็มีคำถามว่า "อกหักอีกแล้วเหรอ"
 
ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย
 
ชีวิตเราเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ได้ตั้งหลายอย่าง
 
รวมทั้งเรื่องความรักด้วย
ขอให้มีความสุขกันนะทุกคน
 
ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย สำหรับปีใหม่นี้
 
ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน
17 December

วันแดดออก

มีวันฝนตก ก็ต้องมีวันแดดออก  แม้ว่าแดดที่เมืองไทยจะแรงไปหน่อยก็ตาม
 
วันที่ท้อใจ หน้าต่างในหัวใจจมันเบลอ ๆ มองออกไปไม่เห็นข้างนอกเลย
 
แค่รอหน่อยพอฝนหยุด กระจกก็ใสวิ้ง เห็นข้างนอกสวยงามสว่างตา
 
แต่ก็มีวันที่ฝนตก ตกหน้าบ้านเราที่เดียว ไม่เห็นจะมีใครเดือนร้อนไปกับเราเลย.....
 
หรือว่านั่นมัน ภาพลวงตา!
 
สิ่งลวงตา และสิ่งลวงใจ
 
หลับตาปี๋ ชั่วอึดใจ พอลืมตา ฟ้าก็สดใสเหมือนเก่า
 
ใครจะทำร้ายเราได้เท่าเราทำร้ายใจตัวเอง.....
 
เซียมซีใบที่ 39
 
การผูกสมัครรักกับท่านผู้มีตระกูลและมั่งมี
ถึงความแลกเปลี่ยน
กลับไม่ต้องการทองคำแลหยก
ขอเอาดอกไม้ทองมาเป็นผลกำไร
 
แปลว่าอะไร...ตกลงนี่มันดีหรือไม่ดี....ขอความคิดเห็นหน่อย